อ่านเจอในเน็ตเลยก้อปมา 

 พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก เขตมหาวิหาร ประเทศอินเดีย

"สาธุ อรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและใน อนาคต ทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเมื่อครั้งพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า

ดูก่อนอานนท์ เมื่อศาสนาของของตถาคตล่วงเลยไปถึง กึ่งพุทธกาล สัตว์โลกทั้งหลาย ที่เกิดในยุคนั้น จะพบแต่ความลำบาก ทุกชาติ ทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนไปใกล้ความแตกสลาย แผ่นดิน แผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้ รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทุกทิศ คนในสมัยนั้นจะมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่า อำมหิตจะรบราฆ่าฟันกันเองถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ ส่วนเวไนยสัตว์ผู้ขวนขวาย ในกุศลตามวจนะของตถาคตก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงใน พระรัตนตรัยและคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจะเบาบางแต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น

เริ่มแต่ พุทธศาสนาล่วงเลย ๒,๕๐๐ ปี เป็นต้นไป ไฟจะลุกลามมาทาง ทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมชีพรามณ์จะอดอยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็น เพลิงผลาญ เหล็กกล้า จะทะยานจากน้ำ มหาสมุทธจะชอกซ้ำ สงครามจากทั่วทิศ ศึกจะติดเมือง ข้าวจะขาดแคลน ทั่วแคว้นจะอดอยาก ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมืองทรงเมือง จะหนีเข้าไพร ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ จะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาด โลก ดิน ฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ

ใน ระยะนั้นศาสนาของตถาคตจะเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่อยู่ในศิลธรรม เชื่อคำคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพรักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม ผู้ที่มีศิลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบ กลับไม่มีใคร เคารพยำเกรง

พระ ธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่งก็ต่อเมื่อ มีธรรมิกราช โพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ทั้งสองพระองค์สถิตย์ ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตถาคต ให้รุ่งเรืองสืบไปถึง ๕,๐๐๐ พระวัสสา

ดู ก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อย คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศิล ๕ ประการ เจริญเมตตาภารนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษ รู้จักพอ ไม่โป้ปดคดโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคต ให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล"

 ‘‘อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก

แต่ว่า ดู ก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์จะล้มตาย จะตายฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก’’ 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พุทธทำนาย:        

จากเอกสารแจกฟรีของ สุริยัน โรหิตเสถียร พ.ศ. 2538 และของ รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ ภาควิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2540  สรุปได้ว่า คณะธรรมทูตไทยผู้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและต้นศรีมหาโพธิ์ที่ประเทศ อินเดียได้คัดลอกพุทธทำนายมาจากศิลาในสวนมฤคทายวันเมื่อ พ.ศ. 2484 ซึ่งบ่งถึงพระพุทธเจ้าก่อนเสด็จปรินิพพานทรงเป็นห่วงผู้คนในกึ่งพุทธกาล จึงตรัสกับพระอานนท์ ดูกรอานนท์ ยักษ์หิน (คนเลวคนชั่ว) ถูกสาปกลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก เริ่มแต่ศาสนาตถาคตล่วงได้ 2485 ปี หรือประมาณ พ.ศ. 2533 ในปัจจุบัน (พ.ศ.ไทยเร็วกว่าความเป็นจริงประมาณ 48 ปี) ไฟจะลุกลามไหม้วัดวาอาราม (ศาสนาอื่นเข้ามาเผยแพร่แทน พระสงฆ์ไม่อยู่ในวินัย) คนบ้านจะเข้าป่า (คนเมืองจะรุกป่า จับจองหาประโยชน์) สัตว์ป่าจะเข้ากรุง (สัตว์ป่าบุกรุกหาของกินในถิ่นผู้คนอาศัย)  เมืองหลวงจะร้อนเป็นไฟ มหาสมุทรจะชอกช้ำ (สภาวะสิ่งแวดล้อมเสียหายเพราะฝีมือมนุษย์) สงครามต่างๆเช่นการแบ่งแยก ยาเสพติดจะทั่วทิศ ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวจะขาดแคลน ทั่วแคว้นจะอดอยาก (ผู้คนยากจนขึ้น) พลูหมากจะหมดเปลือง (ติดสินบนผู้มีอำนาจ) ปราชญ์เปรื่องจะสูญสิ้น (ผู้มีปัญญาความรู้จะถูกกด)  ราชตระกูลอำมาตย์ ราษฎรทุกคนจะพากันถืออำนาจไม่เป็นธรรม ไม่เคารพหลักธรรม เชื่อถือถ้อยคำของคนโกง คนกล่าวเท็จ คนประจบสอพลอได้รับการเชื่อถือ ผู้ดีมีศีลประพฤติชอบไม่มีเสียง (อธรรมจะถือโอกาสถืออำนาจ แต่ฝ่ายธรรมไม่มีโอกาสเผยแผ่สิ่งดีงาม) จะเกิดจลาจลวุ่นวาย เด็กไม่อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ ทำตามความคิดของตน ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง  (เมืองหลวงจะมีแต่สิ่งเลวทราม ความเสื่อมต่างๆจะเกิดขึ้นมากมาย อบายมุขและกามรมณ์จะเกิดเพิ่มมากขึ้น ศีลธรรมจะลดน้อยถอยลง)

                                พระผู้มีพระภาคตรัสต่อถึงทางสองแพร่ง สรุปเพื่อความเข้าใจคือ           

1. พระโพธิสัตว์สองพระองค์คือพระมหาเถรโพธิสัตว์และพระธรรมมิกราชหรือพระ จักรพรรดิหรือพระศรีอารย์ จะเกิดขึ้นก่อนและโดยประมาณ พ.ศ. 2555 คนจะรู้จักเริ่มวิถีชีวิตใหม่ จากที่เคยแข่งขัน ทำลายกัน กลับมาสู่ยุคพระศรีอารย์ที่สอนผู้คนให้ประพฤติปฏิบัติในศีลธรรมอันดี ช่วยเหลือกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ข่มเหง  
ไม่อิจฉาพยาบาท ไม่เบียดเบียนแข่งขัน ไม่ประทุษร้ายกัน บุคคลจะมีเมตตา กรุณา ชีวิตจะมีความสุขที่แท้จริง ผู้คนจะบำรุงพระธรรม ธรรมจะชนะอธรรม พระสงฆ์จะอยู่คู่บ้านเมืองต่อไป การงานของมนุษย์จะสำเร็จด้วยอริยศาสตร์ (ซึ่งตรงกับที่ศาสนาอื่นๆได้ระบุไว้) หรือถ้าผู้คนไม่สนใจในพระโพธิสัตว์แล้วจะเกิดข้อ 2 แทน

2.  พ.ศ. 2556 มหันตภัยโลกจักเกิดขึ้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ ... แผ่นดินอธรรมจะถล่มเป็นทะเล" แล้วมนุษยโลกจะเหลือเท่าไร อย่าพึ่งประมาทเพราะพระพุทธองค์ตรัสตรงกับมายันและนาซ่า  

ที่อเมริกากลาง 1500 ปีก่อนพุทธศักราชเป็นยุคศรีวิไลของชาวมายัน ซึ่งมายันได้ทำนายวันสิ้นโลกว่าจะเกิดใน พ.ศ. 2555 นักวิทยาศาสตร์ของ NASA ได้บ่งว่าธันวาคม ปีเดียวกันนี้ จะเกิดการระเบิดของดวงอาทิตย์ที่รุนแรงสูงสุดมีผลร้ายต่อมนุษย์ (ภาพยนตร์ "2012" ฉาย พ.ย. 2552 ควรให้ความรู้ได้ชัดเจน) พ.ศ. 2560 "เมืองมนุษย์จะมืด 7 วัน 7 คืน โลกดิ่งสู่หายนะ เวลานี้พวกอธรรมไร้ศีลธรรมจะถูกทำลายหมดสิ้น ผู้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมและยึดถือคำสอนของตถาคตจะพ้นภัย"

พระมหาเถรโพธิสัตว์:

ในส่วนนี้พระผู้มี พระภาคตรัสถึงพระมหาเถระโพธิสัตว์จะเกิดใน พ.ศ. 2502 (จากการวิเคราะห์ข้อมูลและเหตุผลความจริงของพระมหาเถรโพธิสัตว์ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พ่อหลวงที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย) ซึ่งในเวลานั้นพ่อหลวงทรงแสดงความเป็นพระโพธิสัตว์ขึ้นแล้ว สำหรับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้ทำนายและบันทึกไว้ คือรัชการที่ 9 เป็นถิ่นกาขาวอันหมายความถึงความบริสุทธิ์มีศีลธรรม กาขาวตรงข้ามกับกาดำ ซึ่งกาดำเปรียบเสมือนความมืดมิด ความเลว กิเลสต่างๆ และในรัชการที่ 10 จะเป็นศรีวิไล สำหรับความจริงจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูต่อไป
พระมหาเถรโพธิสัตว์จะอุปถัมภ์พระธรรมมิกราช โดยพระโพธิสัตว์ทั้งสององค์นั้นจะจัดการบำรุงศาสนาของตถาคตเป็นเอกยิ่ง ในครั้งนี้เป็นศรีวิไล ซึ่งตรงกับคำทำนายของหลวงพ่อโต

พระธรรมมิกราช: พ.ศ.2515 ถึง 2534 พระธรรมิกราช (ผู้ชนะมารด้วยธรรม) จะเกิดขึ้น ซึ่งท่านอินทรา คนไทยในพุทธศาสนา มีถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้อธิฐานบุญใน พ.ศ. 2534 และรู้อมตธรรมในเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 หลังค้นหามากว่า 40 ปี ได้ด้วยตนเอง จึงนับว่าพระธรรมมิกราช ได้เกิดขึ้นแล้ว และในปีนี้เองที่หลักฐาน บ่งถึงโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงผิดปกติมาถึงปัจจุบันดังที่คนทั่วโลกทราบดีว่าโลก ป่วย ซึ่งตรงตามที่พระพุทธเจ้าโคตมหรือโคดมตรัส ดูได้จากบทมหาปรินิพพาน

ศาสนาพุทธเป็นเอก: พระโพธิสัตว์สองพระองค์จะอยู่ ณ เบื้องทิศตะวันออกของมัชณิมประเทศ (หรือกล่าวว่าเป็นไปในภาคกลางของประเทศเขตชมพูทวีปทางตะวันออกที่มีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เมืองดังกล่าวคือกรุงเทพมหานครของประเทศไทย) ประมาณ พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2562 (อีก 8-9 ปีจากปัจจุบัน) ผู้มีบุญทั้งสองพระองค์นั้นจะเสด็จเข้าบำรุงพระพุทธศาสนาให้เที่ยงแท้เป็น เอกหรือเป็นที่ 1 ได้สำเร็จ (ปัจจุบันพุทธศาสนาอยู่ในอันดับที่ 5 คริสต์ศาสนาอยู่อันดับ 1) สมณชีพาหมณ์จะเสด็จมา 84,000 รูป (เป็นการอุปมาหรือเปรียบเทียบว่ามีมากมาย)
ตถาคตสงสารสัตว์ เวลาพลโลกยังเหลือน้อยเต็มที คำทำนายของตถาคตนี้ ยังให้สัตว์ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วเชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่เล่าให้ผู้ใดรู้กันต่อๆ ไป นับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ ต่างสิ้นสุดกันตามกาลเวลา (พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าคนนั้นเห็นแก่ตัวเพียงไร ทั้งมีความประมาทมีบาปเป็นของตน ขาดบุญกุศล จึงไม่บอกเล่าสิ่งดีงามกันต่อๆไป นับว่าเป็นกรรมของสัตว์เหล่านั้นเอง)

เผชิญมหันตภัย:  ภูมิอากาศโลกในปัจจุบันผิดปกติ เกิดภัยพิบัติและวิกฤติเลวร้ายต่างๆขึ้นในปัจจุบัน ขณะนี้สหประชาชาติบ่งถึงเศรษฐกิจโลกหดตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์และสัตว์ไปทั่วนั้น ควรมีสองสาเหตุใหญ่ที่เราควรพิจารณา คือ
1. นักวิทยาศาสตร์บ่งว่ามนุษย์บ่อนทำลายโลกมาช้านาน และถึงเวลาแล้วที่โลกตอบสนองมนุษย์ด้วยภัยพิบัติสารพัดทิศและโรคภัย หรือเนื่องจาก
2. นักศาสนาศาสตร์บ่งตามตำนานและคำทำนายว่ามนุษย์ทำเลวมากกว่าทำดี บ่อนทำลายธรรมชาติมุ่งแต่หาผลประโยชน์ให้ตน จึงทำให้สวรรค์ลงโทษมนุษย์ด้วยภัยพิบัติ โรคภัยและวิกฤติเลวร้ายต่างๆ
สาเหตุที่ 1 หรือที่ 2 ที่ทำให้โลกเกิดวิปริตนั้น จากการพิจารณาว่าถ้าเป็นเรื่องของธรรมชาติโดยตรงก็ไม่ควรมีตำนาน เช่น ของพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่มีคำทำนายนับพันๆปีชี้บ่งไว้ก่อนถึงการที่เทพผู้อยู่เบื้องบนได้ลงโทษ มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกิดภัยพิบัติสารพัดทิศ เกิดโรคร้าย เกิดวิกฤติต่างๆขึ้นในปัจจุบัน จากหลักฐานรูปธรรมเหล่านี้คือคำสอนที่เขียนไว้สามารถเห็นได้จับต้องได้ และสามารถนำมาประกอบการพิจารณาในขณะนี้ด้วยเหตุผลว่า ตำนานและคำทำนายที่บ่งบอกไว้นั้นมีความถูกต้องเที่ยงตรง ดังนั้นการที่โลกวิปริตทำให้มนุษยโลกได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว ก็ควรเป็นเรื่องที่สวรรค์ลงโทษมนุษย์ ซึ่งพุทธพยากรณ์และคำทำนายจากตำนานที่แจกจ่าย เช่นในไทยและจากใบลานสี ประเทศลาวที่กล่าวสรุปว่า เหล่าเทพเทวดาผู้คุ้มครองรักษาเหล่ามนุษย์ได้กราบทูลพระอินทร์ (ท้าวสักกะ) ว่า มนุษยโลกในกาละเวลานี้ได้ทำบุญเพียง 3 ส่วน แต่ทำความชั่วถึง 10 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระอินทร์จึงลงโทษมนุษย์ไว้ 9 ข้อคือ
1. จะให้เกิดพายุรุนแรงแผ่นดินก็ไหวรุนแรง 
2. จะให้เกิดสารพิษต่างๆ (เช่นอากาศในน้ำในอาหารเป็นพิษ)
3. จะเกิดไฟไหม้
4. จะเกิดโรคร้ายต่างๆ
5. จะเกิดน้ำท่วม
6. จะเกิดอดข้าว ปลาอาหาร (วิกฤติเศรษฐกิจ)
7. จะเกิดฟ้าผ่ารุนแรง (นาซ่า และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงคาดว่าอาจมีโอกาสเกิดขึ้นรุนแรงในปี ค.ศ. 2012) 
8. จะเกิดอาฆาตฆ่าฟันกันเอง (เช่นการแตกแยกของคนไทย)
9. จะเกิดร้อนมากหนาวมาก (ภูมิอากาศผิดปกติ)
เหตุการณ์ นี้จะเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลหรือในปัจจุบันนี้ และจะหยุด เปลี่ยนจากร้ายเป็นดีได้ก็เมื่อพระศรีอารย์ปรากฏพระองค์ต่อผู้คนทั้งหลาย

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โลกจะไม่สิ้นสุด มันเป็นแค่การเปลี่ยนแปลง
ความเข้าใจของชาวมายาเกี่ยวกับ เวลา ฤดูกาล และวงจร ได้พิสูจน์พวกเขาว่ายิ่งใหญ่และเข้าใจในเรื่องชีวิต วัฒนธรรมเป็นอย่างดี

วัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นวันเกิดใหม่ เป็นการเริ่มต้นของ the World of the Fifth Sun เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ เป็นผลมาจาก- เป็นเครื่องหมายว่า- ดวงอาทิตย์เดินทางผ่านเส้น equator ของ Galaxy และโลกจะปรับทิศทางให้เข้ากับศูนย์กลางของ Galaxy

ดวงอาทิตย์ขึ้นของวัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นครั้งแรกในรอบ 26,000 ปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นเชื่อมกับการทับกันของทางช้างเผือกกับระนาบของ Ecliptic พรรณนาว่าบนท้องฟ้าจะปรากฏดาวเคราะห์ และดวงดาวต่างๆมากมาย ปรากฏการณ์ของจักรวาลครั้งนี้ถือว่าเป็น The Sacred Tree, The Tree of Life
การที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Galaxy ในปี 2012 จะเปิดช่องทางหนึ่งสำหรับพลังงานจักรภพที่จะไหลผ่านโลก ล้างโลกให้สะอาด รวมทั้งล้างสิ่งที่อาศัยอยู่ ยกทั้งหมดสู่ภาวะที่สูงขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว

ถ้าคนบนโลกอยู่ถึงปี 2012 โดยยังมีสภาพปกติ ปราศจากการถูกทำลาย เราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น แต่เพื่อไปถึง ณ จุดนั้นได้ เราต้องเปลี่ยนด้วยแรงที่มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึง ปรารถนานั้น
มีความหวังถ้าผู้คนของฝ่ายสว่างรวมตัวกันเป็นหนึ่งปฏิบัติในแนวทางเดียวกันเราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น
เรา กำลังอยู่ในยุคที่มีความสำคัญที่สุดของปฏิทินมายันและพยากรณ์ คำทำนายของโลกทั้งหมด ทุกความเชื่อ กำลังรวมกันเป็นหนึ่ง ไม่มีเวลาสำหรับสงครามเย็น จิตวิญญาณในอุดมคติเกิดขึ้นแล้ว
ด้านมืดสามารถเปลี่ยนเมื่อเผชิญกับหัวใจที่เปิด อย่างง่ายๆ นี่คือสิ่งที่นำไปสู่การรวมกัน นี่คือกุญแจสู่ the World of the Fifth Sun

การ เกิดขึ้นของยุค the fifth Sun จะนำไปสู่ธาตุที่ถูกมองข้าม ที่ผ่านมาธาตุ ดิน น้ำ ลม และ ไฟ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก ในยุคต่อไป ธาตุที่ห้าคือ อีเธอร์
Ether คือสิ่งที่เป็นกลางๆซึ่งกระจายผ่านที่ว่างและส่งผ่านคลื่นที่มีหลากหลายความถี่
Ethereal คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สัมผัสไม่ได้ เป็นสิ่งที่เหนือโลก คือสวรรค์
เรา จำเป็นต้องแสดง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เลือกคนที่เป็นตัวแทนซึ่งเข้าใจและจะแสดงทางให้เห็นถึงความเคารพต่อแผ่นดิน การนั่งสมาธิคือสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วย
นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด สำหรับมนุษย์ เพื่อโลกแต่ละคนมีความสำคัญ ถ้าคุณเป็นมนุษย์ในยุคนี้ คุณต้องมีจิตที่จะทำงานเพื่อรักษาสมดุล The planet
เป้าหมายของชาวมายันเป็นเดียวกับเป้าหมายของโลก
ปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในสิ่งที่ง่ายๆ
ความ รัก ความเคารพ ความอดกลั้น การแบ่งปัน ความกตัญญู การให้อภัย มันเป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยาก ความรู้จริงๆนั้นฟรี สิ่งที่ต้องการอยู่ภายในตัว

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ  ถ้าถึงเวลาเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงยังไง...

edit @ 18 Jan 2010 18:38:19 by kencute

Comment

Comment:

Tweet

ข้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้นถูกต้องแล้ว อย่าไปเปลี่ยนแปลงและบิดเบือนเลย หากอยากทราบจริงๆ ท่านต้องปฏิบัติ และก็อย่าคิดไปเอง บางท่านจะไปอ้างตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่ นั่นบ้าไปแล้ว ศิลาจารึกเขียนไว้อย่างไร มีภาพถ่ายหรือไม่ ท่านเชื่อหรือไม่ ท่านต้องศึกษาเองก่อน ว่าที่เขียนไว้น่าเชื่อถือหรือไม่ แล้วผู้แปล แปลได้ตรงหรือไม่ แล้วท่านเองปฏิบัติธรรมถึงไหนแล้ว ดีพอที่จะอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่ ยุคหน้าไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้นะครับ ท่านต้องปฏิบัติเอง และไม่คิดไปเอง สาธุครับ

#18 By ผู้ดูแล (118.173.239.181) on 2011-12-07 08:19

เปิดจิตทุกดวง ทำให้ทุกคนสามารถอ่านจิตรู้ใจกันได้ คล้ายสวรรค์ไปเลย คิดอะไรทำอะไรก็รู้กันหมด ก็ดีนะ จะได้ไม่มีใครกล้าคิดชั่วทำชั่ว อยากให้เป็นแบบนั้น จริงๆเลยครับ

#17 By จิต (101.108.132.53) on 2011-11-12 22:48

ถึงคุณ by พระโพธิสัตว์
ระวังนรกกินกระบานมึงนะ

#16 By เกลียดคนหลอกลวง (118.175.122.42) on 2011-11-01 17:00

ดูก่อนมนุษย์ทั้งหลายอีกไม่นานจะเข้ายุคศิวิไล เป็นยุคที่มีแต่ป่าเหมือยสมัยพระพุทธเจ้าสมณะโคดมไม่ใช่ยุคปัจจุบันนี้คนที่รอด 30 เปอร์เซนนั้น มีอาการสติไม่เต็ม 20 เปอร์เซ็น คนที่รอดจะเหลือแค่ 10 เปอร์เซ็น เท่านั้น คนที่รอด 10 เปอร์เซนนั้นมาจากการฝึกการตายเป็นประจำ โดยนั้งกรรมฐาน ถึง อรูปสมาบัติ ณาน 5 - 9 เป็นวิปัสสนา คนที่ทำฌานรูปสมาบัติหรือเรียกว่าสมถะนั้น จะเจอกับความมืดและแผ่นดินตลอดทำให้เกิดอากการกลัว เพราะฟ้าจะมืด 79 วัน ตอนเข้าฤดูฝน นักวิทยาศาสตร์จะตอบไม่ได้
ฉะนั้นแล้วอยากให้ทุกคนฝึกความตายโดยการพิจารณาความ หรือเรียกว่าอสุภะกรรมฐาน 10 คนที่ฝึกแต่สมถะพอเจอกลิ่น รูป เสียง คนตาย ก็จะเกิดอาการกลัวได้ ตอนนี้เราอยากให้ทุกคนเจริญกายยานุสสติ ให้มั่นให้เตรียมพร้อมไว้ เราเตือนไว้ให้ทุกคนเตรียมใจนี้เป็นสารของเราที่จะมาอุบัติในภายภาคหน้าพระศรีอริยะเมตไตรย ตอนนี้มีคนพบเราแล้วแต่เราบอกว่าไม่ใช่พระพุทธเจ้าเราเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าสมณะโคดมที่เกิดร่วมชาติเคยเป้นลูกศิษอาจารย์เป็นพี่น้องมาสองชาติเราจะมาโปรดผู้คนเข้าสู่นิพพานและต่อศาสนาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ถึง2500 ปี อีกประมาณ 25760 เราจะมาอุบัติเป็นพระพุทธศรีอริยเมตไตรย สัมพัญญูสัมพุทธเจ้า ยุคนั้นผู้คนจะอายุ 80000 ปี

#15 By พระโพธิสัตว์ (124.120.99.11) on 2011-09-26 02:01

ดูก่อน=พิจารณา
พระบรมศาสดาจารย์ผู้เป็นบรมครูของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายท่านตรัสคำนี้ทุกคั้รงก่อนจะเอยปุจฉา และ วิฉัสนา หรือตรัสอะไร .....แล้วใย ทุกท่านไม่ทำตามเล้า...... ผู้รู้ ย่อมไม่รู้ ผู้ ย่อมไม่อยู่ ผู้เป็นย่อมไม่เป็น ผู้เห็นย่อมไม่เห็น ......ผู้ที่มีจิต ญาณบารมีต่ำกว่า พระเถร.และ พระธรรม แล้วใย สามารถ ร่วงรู้ ตอนต้น และ ตอนปลาย ของ ท่าน อย่าลืมนะว่า วัฏฏะ นี่ ไม่มี ต้นไม่มี ปลาย .....จงพึงสำรวมกายวาจาเถิด อย่า หลง ว่าตัว มี ตัว ว่าตน มี ตน ว่า ธรรม เป็น ของเที่ยง ผู้ที่ หลง อยู่ย่อม ไม่ เห็น แสงแรก นั้น คือ จักษุญาณ ที่เห็นธรรมเป็นที่พึ่ง อันแรก แสงสุดท้าย ก็คือ แสงแห่ง นิพพาน นั้น แล จงพึง ปฏิบัติตาม มรรคมีอง 8 เถิดอย่า ห่วงผู้อื่นเลย ...น้อมจิต ให้ เป็น พุทธะ พุทเธ พุทธา พุทธิโพ อระหันพุทโธ อิติปิโส ภะคะ วา ธาตุมาสัมมาสัมพุทโธ

#14 By ศรีพุทธานาฏ (223.206.237.22) on 2011-06-27 04:13

ดุก่อนมนุษย์ทั้งหลายนี้ใกล้เวลาที่จะเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่เรานี้สงสารหมู่มนุษย์ที่หลงวัฎสงสารที่ไม่สิ้นสุดเราได้หาทุกวิถีททางที่อยากจะช่วยหมู่มนุษย์นั้นแต่ก็ยังหลงกิเลสในปัจจุบันทำให้ไม่สามารถออกจากวัฏสงสารได้นั้นมันเป็นวิบากกรรมที่หมู่มนุษย์ได้ทำกรรมร่วมกันมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันไม่มีที่สิ้นสุดฉะนั้นแล้วอยากให้ทุกคนถึงเวลาทำความดีอย่าคิดจะทำต้องปฏิบัติด้วยอันดับต้องรักษาศีล5
ต่อด้วยพรมวิหาร 4 ต่อตนเองต่อสัตว์โลกและนั้งสมาธิกรรมฐานแล้วแต่จะสะดวก บุคคลใครใดปฏิบัติได้บุคคลนั้นก็จะเข้าใจเกี่ยวกับสัทธรรมแห่งโลกนี้

สารจากตัวเราและพระอินทร์
ณ วัดป่าทางตอนเหนือสายหลวงตามหาบัว 12 กพ 54 เวลา 2..00- 3.00 น ตอนที่เรานั่งสมาธิหลับอยู่
เราได้บวชที่วัดนั้น วันที่ 2 เราได้ถอดจิตเดินจงกลมรอบวัดในเวลาต่อมามีเทพองหนึ่งเปล่งประกายแสงแสบตาตัวท่านเป็นสีเขียว ได้มายืนข้างทางแล้วเปล่งวาจาว่า
" หยุดก่อนท่านเราขอถามสิง่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า 1. ภัยพิบัติจะสู่โลกมนุษย์แล้ว 2. แผ่นดินก็จะเกิดความแห้งแล้ง 3. หมู่มนุษย์สัตว์น้อยใหญ่จะล้มตาย ท่านจะทำอย่างไรดี ในขณะที่เรนาเดินจงกรมนั้นก็หยุดทันที่แล้วใช้ตาทิพย์ มองอีกใน 2 ปีข้างหน้า แล้วเราเห็นแล้วสลดใจยิ่งนัก เราก็เปล่งวาจาต่อท่านอินทร์ว่า อีก 2 วันเราจะให้คำตอบ
ณ เวลา 20.00 -20.20 น. วันที่ 14 กพ 2554
พระอินทร์ พระแม่ธรณี พระมาลัยโพธิสัตว์ได้มาที่วัดนี้พร้อมทั้งไหว้พระพุทธรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้่าศากยมุนีโคตมะ เราได้ถอดจิตแล้วได้เทศนาพร้อมกัน เรื่องที่ท่านได้มาเสด็จมาพบเราในวันนี้เพื่อจะข้อถามปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าเราตอบให่ท่านฟังเรานั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้เนื่องมันเกิดจากผู้คนในสมัยก่อนนั้นได้มีการรบราฆ่าฟันและบางที่ก็อ้างศาสนามาใช่ในการบด้วยซึ่งมันไม่สมควรเกิดในสมัยหลังพระพุทธเจ้าปริพพานไม่นานก็มีการเข่นฆ่ากันหมู่มนุษย์ที่ถูกฆ่าก็ได้สาบแช่งต่างนานามากมายจนสามารถแยกแยะได้และความเครียดแค้นก็ไปรวมตัวกันอยู่นอกโลกซึ่งดูตาปล่าวไม่เห็นเพราะอยู่นอกระบบสุริยะจักวาลของเรา วึ่งกลายเป็นมนดำที่ทำให้ผู้คนแปรเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยน อันนี้มันเป็นวิบากกรมที่แก้ไม่หายฉะนั้น แล้วเราอยากผู้คนยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ตั้งใจภาวนาบำเพ็ญศีล ทางกายวาจาและใจ ให้สงบอย่าท้อถอย มั่นฟังธรรมทุกครั้งและใช้หลักกาละมสูตร 10 ในวิจารณา บุคคลใดที่ทำก็จะเข้าใจเองเกี่ยวกับเรื่องนั้น ในตัวเราตอนนี้กำลังบำเพ็ญศีลและก็จะศึกออกเป็นคฤหัส และจะบวชอีก ในอีก 7 เดือนข้างหน้า เป็น ฤาษีชุดขาว จะเดินถุดงไปประเทศลาวและต่างๆหลายประเทศและจะกลับเข้ามาประเทศไทยเพื่อประชุมรวบรวมทุกศาสนา16ชั้นฟ้าที่ดินแดนสุวรรณภูมิเพราะอีกไม่นานเราจะบรรลุอรหันต์เพื่อจะฉุดช่วยคนกลับคืนสู่แดนนิพพานด้วยกันตามบัญชาของผู้เป็นใหญ่ชั้นนิพพาน เราเป็นแค่สาธุชนธรรมมดา ใครอยากเห็นเราก็ให้นั่งสมาธิภาวนาก็จะเห็นเองไม่ต้องออกตามหาเราไม่ชอบที่จะให้ใครตามหาเรา เราเป็นคนสันโดษ ไม่ชอบคลุกคลี สุดท้ายนี้เราอยากให้ทุกคนให้รู้จักช่วยเหลือกัน แบ่งปัน อยู่ในความพอดีกตัญญูพ่อแม่ ผู้มีพระคุณทุกท่าน และรู้ซื่อสัตย์ต่อตนเองและหมู่พ้องเพื่อนฟ้าดินและอันดับสุดท้ายให้รู้จักเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์น้อยใหญ่ร่วมโลกด้วย และอยากให้ทุกคนนั้นไม่ต้องสนใจศาสนาศาสนาเป๋นแค่ชื่อ ขอเรารักกัน สามัคคีไม่เบียดเบียนกัน เราขอจบสนธนาเท่านี้เทอญ




#13 By praphothisath (124.120.120.244) on 2011-04-21 13:09

f&kdkd

#12 By wwwf^ (124.121.228.206) on 2011-04-21 12:15

การอุบัติขึ้นของธรรมิกราชโพธิญาณทำให้พระธรรมเปล่งประกายโดยพลัน จะมีบุคคลทำได้เล่าในโลกนี้ คนคนเดียวสามารถทำให้ทั้งโลกสนใจได้อาจแสดงว่าไม่ธรรมดา

#11 By จอม (61.19.236.226) on 2011-03-01 10:21

ถูก เห็นด้วย เชื่อเพราะการคาดคะเณ

#10 By เอก (61.19.236.226) on 2011-03-01 10:07

เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ยังยึดติด ในรูปกาย
ในโอ้อวด ในตัวตน ความปรารถนา ไม่ปรารถนา
ไม่ถึงทาง ไม่รู้ความจริงแท้แห่งความรู้ ถือการคะเน
คาดเดา ความเชื่อส่วนตนเองเป็นอยู่อย่างนี้ จะหวัง
สิ่งใดเล่าจากอนาคต ตนเองยีงมิได้หวังพึ่งตนเอง
ก็เมื่อพบ อารยะชนใด ท่านจะทราบได้อย่างไรและ
เมื่อไรเล่าจะพบ ท่านจะรอพบได้ท่านได้จริงหรือ
เวลาที่รอเอามาฝึกตนเองจะดีไหม ไม่มีใครรู้แทนใครหรอกนะท่าน

#9 By mettathai (125.27.5.200) on 2011-01-01 22:21

พุทธทำนายโดยถอดความจากศิลาจารึก เขตมหาวิหาร ประเทศอินเดีย ความว่า

สาธุ อรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและใน อนาคต ทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเมื่อครั้งพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า

“ดูก่อนอานนท์ เมื่อศาสนาของของตถาคตล่วงเลยไปถึงกึ่งพุทธกาล สัตว์โลกทั้งหลาย ที่เกิดในยุคนั้นจะพบแต่ความลำบาก ทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนไปใกล้ความแตกสลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทุกทิศ คนในสมัยนั้นจะมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่า อำมหิตจะรบราฆ่าฟันกันเองถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ ส่วนเวไนยสัตว์ ผู้ขวนขวายในกุศลตามวจนะของตถาคตก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัยและคุณบิดามารดาเหตุร้ายภัยพิบัติจะเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น

เริ่มแต่พระพุทธศาสนาล่วงเลย ๒,๕๐๐ ปี เป็นต้นไป ไฟจะรุกรามมาทาง ทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมชีพราหมณ์ จะอดอยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็น เพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทรจะชอกช้ำ สงครามจากทั่วทิศศึกจะติด เมืองข้าวจะขาดแคลนทั่วแคว้นจะอดอยาก ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมือง ทรงเมือง จะหนีเข้าไพร ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ จะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาทโลก ดิน ฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะนักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ

ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตจะเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ต้องอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพรักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม ผู้ที่มีศีลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบ กลับไม่มีใครเคารพยำเกรง

พระธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่งก็ต่อเมื่อ มีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ทั้ง 2 พระองค์สถิต ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตถาคตให้รุ่งเรืองสืบไปถึง ๕,๐๐๐ พระวัสสา

ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อย คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อนับว่าเป็นกรรม ของสัตว์ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน

ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติให้รักษาศีล ๕ ประการ เจริญเมตตาภาวนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษรู้จักพอ ไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคต ให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล”
การกำหนดทิศ
มนุษย์กำหนดทิศให้มี ๘ ทิศประกอบด้วยทิศเหนือ(อุดร) ทิศใต้(ทักษิณ) ทิศตะวันออก(บูรพา) ทิศตะวันตก(ประจิม) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(พายัพ) ทิศตะวันตกเฉียงใต้(หรดี) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ(อิสาน) ทิศตะวันออกเฉียงใต้(อาคเนย์)

มนุษย์มีวิธีคิดในการกำหนดทิศโดยยึดถือพระอาทิตย์ขึ้น – พระอาทิตย์ตกเป็นตัวชี้วัด ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ทิศทางใดก็ถือว่านั่นคือทิศตะวันออก ถ้าพระอาทิตย์ตกทิศทางใดก็ถือว่านั่นคือทิศตะวันตก ภายใต้ระบบรัฐชาติและระดับโลก วิธีคิดการกำหนดทิศมี ๒ ทฤษฎี

๑. ทฤษฎีเขตแดน(แสงแรก – แสงสุดท้ายของเขตแดน)
๒. ทฤษฎีศูนย์กลางแห่งอำนาจ(แสงแรก – แสงสุดท้ายของเมืองหลวง)

การกำหนดทิศของโลก
ในการกำหนดทิศของโลก หมู่มวลมนุษย์ถือแสงแรกของพระอาทิตย์ที่เริ่มต้น ณ แผ่นดินฤาเขตแดนใดก่อน ก็ถือว่าแผ่นดินฤาเขตแดนนั้นคือโลกทิศตะวันออก และถือแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ที่สิ้นสุดที่แผ่นดินฤาเขตแดนใด ก็ถือว่าแผ่นดินฤาเขตแดนนั้นคือโลกทิศตะวันตก ฉะนั้น การกำหนดทิศของโลกองค์รวมใช้ทฤษฎีเขตแดน

การกำหนดทิศแห่งราชอาณาจักรไทย
สำหรับการกำหนดทิศแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านใช้ทฤษฎีศูนย์กลางแห่งอำนาจ กล่าวคือยึดถือแสงแรก – แสงสุดท้ายของเมืองหลวง ทำให้ทิศตะวันออกแห่งราชอาณาจักรไทยคือแถบตราด จันทรบุรีฤาชลบุรี ส่วนทิศตะวันตกคือแถบตาก ฤากาญจนบุรี ถ้าไทยใช้ทฤษฎีเขตแดน (แสงแรก – แสงสุดท้ายของเขตแดน) ในการกำหนดทิศ ทิศตะวันออกต้องถือแสงแรกแห่งราชอาณาจักรไทยก็คืออุบลราชธานี ส่วนทิศตะวันตกถือแสงสุดท้ายแห่งราชอาณาจักรไทยคือภูเก็ต
ข้อความนี้เกี่ยวกับทิศมีอยู่ว่า ยุคกึ่งพุทธกาลฤาพระพุทธศาสนามีอายุ ๒,๕๐๐ ปี จะมีธรรมิกราชโพธิญาณและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ เสด็จมาเสริมสร้างพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองถึง ๕,๐๐๐ ปี จะสถิต ณ เบื้องตะวันออกของมัชฌิมาประเทศ

ในทัศนะเฉพาะตน ณ เบื้องตะวันออกของมัชฌิมาประเทศ อาจมิได้หมายความว่า ประเทศไทยซึ่งอยู่ทางตะวันออกของอินเดีย แต่โดยทฤษฎีหมายถึงเบื้องตะวันออกของประเทศที่มีสภาพกลางๆ มีสุขมีทุกข์ มีจนมีรวย มีความต่าง มีความเหลื่อมล้ำ และที่สำคัญที่สุดคือใฝ่ทางจิตวิญญาณฤาทางธรรม ปรัชญา – ศาสนา การหลุดพ้น

ในโลกใบนี้มีดินแดนที่ใฝ่ทางจิตวิญญาณฤาทางธรรมที่เลิศกว่าดินแดนใดมี ๒ แดนถิ่น คืออินเดียกับราชอาณาจักรไทย อินเดียนั้นโน้มความจริง ความบริสุทธิ์ ส่วนไทยโน้มความรัก ความดี แล้วจะถือดินแดนใด ในประเด็นนี้ประเทศที่มีสภาพกลางๆ ก็คือราชอาณาจักรไทย เพราะถือได้ว่าพระพุทธศาสนานั้นไม่รุ่งเรืองในอินเดียแล้วแม้นมีชาวพุทธใหม่เกิดขึ้นก็ตาม

ประเด็นมีอย่างนี้ว่าทิศตะวันออกแห่งราชอาณาจักรไทยจะถือเช่นใด ?

ถ้าใช้ทฤษฎีการรวมศูนย์กลางแห่งอำนาจ(แสงแรก – แสงสุดท้ายของเมืองหลวง) เป็นตัวกำหนด เบื้องตะวันออกแห่งราชอาณาจักรไทย คือจันทรบุรีฤาชลบุรี แต่ถ้าใช้ทฤษฎีเขตแดน (แสงแรก – แสงสุดท้ายของเขตแดน) เบื้องตะวันออกแห่งราชอาณาจักรไทย ก็คืออุบลราชธานีฤาศรีษะเกษ

ในประเด็นนี้ก็ต้องใช้ทฤษฎีแห่งความยุติธรรมฤากระจายอำนาจ มีความเท่าเทียมกันในทุกภาค เที่ยงตรง ฤาความเป็นปรมัตถ์เป็นเกณฑ์วัด ก็คือ ทฤษฎีเขตแดน(แสงแรก – แสงสุดท้ายของเขตแดน)

เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าพุทธทำนายนี้คือความจริงที่ท่านตรัส หากจะมีผู้มาเสริมสร้างพระพุทธศาสนาจะเริ่มจากแถบอุบลราชธานีฤาศรีษะเกษ เพราะคือแสงแรกฤาทิศตะวันออกแห่งราชอาณาจักรไทย เว้นเสียว่าโลกยุคกึ่งพุทธกาลจะวิบัติ บันดลให้แสงแรกไม่ใช่แถบอุบลราชธานีฤาศรีษะเกษเท่านั้น

เท่าที่ผมสาดส่องดู โดยปรับตามทฤษีทิศนี้ ที่สถิต ประวัติและทัศนะนิพพาน คำสอนทั้งหลายน่าจะเสด็จมาแล้ว คือ หลวงปู่เณรคำ ฉันติโกแห่งวัดป่าขันติธรรม จ.ศรีษะเกษ

ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรฤา ?

ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร

ยุติกรรมนำชัย ยุติใจนำธรรม
ยุติธรรมกรรมกล้ำ ยุตินำกรรมไกล

อยุติกรรมอธรรมกราย อยุติวายกรรมใกล้
อยุติธรรมกรรมไกล อยุติใจไฟอธรรม

ยุติกรรมกรรมนำชัย ยุติใจธรรมนำกรรม
ยุติธรรมอธรรมนำ ยุติกรรมอธรรมไกล

อยุติกรรมพระธรรมพ่าย อยุติวายอธรรมใกล้
อยุติธรรมอธรรมไหม้ อยุติใจไร้พระธรรม

มนุษย์ยุคกึ่งพุทธกาลมีความอำมหิต รังสีโลหิตแตกซ่าน จงสันโดษเว้นวิวาทะกับผู้ใด ก็จะมีชีวิตยืนยาวได้

โปรดติดตามต่อไป

#8 By ศูนยตา (124.120.115.56) on 2010-11-14 11:41

ดีครับ

#7 By 007 (124.120.115.56) on 2010-11-14 11:19

นับแต่ปี2555ไปอากาศจะเริ่มเป็นพิษผู้คนจะทะยอยล้มตายไป วิทยาศาสตร์การแพทย์ จะบอกได้แค่ว่าหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายเฉียบพลัน มิสามารถหาข้อพิสูจน์ได้ว่ามาจากเหตุใด ถัดไปอีก5-6ปีจึงรู้ว่าอากาศเป็นพิษ

#6 By แสนดี (223.205.138.234) on 2010-10-06 23:19

surprised smile surprised smile double wink sad smile

#5 By (118.173.147.121) on 2010-05-30 11:30

#4 By ปอน (118.173.147.121) on 2010-05-30 11:29

ถ้าจริงก็ ปล่อยไปตามกรรมละน่อ ...

#3 By Elmariachi.rar on 2010-05-28 12:17

ผมก็เคยอ่านมาเหมือนกัน มันใกล้แล้วสินะ Hot! Hot! Hot!
คุณคิดว่าโลกจะแตกแบบไหน ?

http://rknnetworking.exteen.com/20100201/98zadd-more-more-talk-30-53

#1 By RKN44 on 2010-02-01 09:26